065-964-6326

ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะสาว ๆ แม้ว่าความหย่อนคล้อยจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา แต่เราสามารถยืดเวลาให้มันช้าที่สุดได้ วันนี้หมอมีคำแนะนำและเคล็ดลับในการดูแลใบหน้าที่จะช่วยชะลอความหย่อนคล้อย และทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยมาฝากครับ

เคล็ดลับการดูแลใบหน้าหย่อนคล้อย ทานอาหารที่มีประโยชน์

1. ทานอาหารที่มีประโยชน์

การดูแลตัวเองมาตั้งแต่ตอนอายุยังน้อย คือการป้องกันและเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง นั่นก็คือ การทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงของไม่ดีที่จะยิ่งทำให้เราแก่เร็วขึ้น เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ ของดิบของดอง ยาเสพติด พวกนี้ทําลายสุขภาพ แล้วก็ทําลายเซลล์ของเราด้วย จึงทำให้เราแก่เร็วขึ้นนั่นเอง

ส่วนอาหารที่มีประโยชน์ คือทานให้ครบ 5 หมู่ แล้วก็ทานอาหารที่เน้นไปทางโปรตีน ผักสด อาจจะลดแป้งหน่อย และจํากัดปริมาณการทานแป้งให้ได้มากที่สุด แต่ว่าต้องทานบ้างนะครับ ไม่ใช่ไม่ทานเลย จงจำไว้ว่า You Are What You Eat ทานอะไร ได้อย่างนั้น มันคือเรื่องจริงครับ

เคล็ดลับการดูแลใบหน้าหย่อนคล้อย ออกกำลังกาย

2. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นประจำ เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว แต่ไม่ทำ หรือมักจะบอกว่าไม่มีเวลา ซึ่งอันที่จริงแล้ว ทุกคนสามารถหาเวลาให้มันได้นะครับ ถ้าเราให้ความสําคัญกับการจัดตารางเวลาให้ดี สอดแทรกการออกกำลังกายไว้ในตารางชีวิตประจำวัน การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง จะทำให้เราทำงานได้ต่อไปอีกนาน บังคับตัวเองแล้วจะชินครับ ต้องบังคับตัวเองก่อน เราอาจจะหาร่างทองเพื่อเป็นแบบอย่าง เป็นไอดอลของเราไว้ดูก็ช่วยได้ครับ

คำแนะนำในการออกกำลังกาย หลัก ๆ ก็คือ เราควรจะออกกําลังกายให้ได้อย่างน้อย 2-3 วันต่อสัปดาห์ ครั้งหนึ่งก็อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง โดยเฉพาะถ้ามีเวลาก็ควรทำ Cardio Exercise ด้วยนะครับ อย่างเช่น อาจจะวิ่งบ้าง ว่ายน้ำบ้าง เข้าคลาสเต้นก็เพิ่มความสนุกได้ครับ หรือจะปั่นจักรยานก็ได้ จะได้มีเพื่อน มีแรงจูงใจ อย่างน้อยครั้งหนึ่งก็ 20-30 นาที 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ครับ

เคล็ดลับการดูแลใบหน้าหย่อนคล้อย ดูแลผิว

3. ดูแลผิว

การดูแลผิวเป็นสิ่งที่ทุกคนทํากันอยู่แล้ว อย่างเช่น ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ใช้เครื่องสำอาง แต่ที่สําคัญคือควรใช้ให้น้อยที่สุด แต่เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับเรานะครับ โดยอาจจะใช้เฉพาะช่วงก่อนนอน ตอนเช้า แล้วก็หลังอาบน้ำ และที่สําคัญคือ อย่าลืมทากันแดดก่อนออกจากบ้าน เพราะว่าส่วนใหญ่รอยหมองคล้ำมักจะเกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลตที่มาจากแสงแดดทั้งนั้น หาครีมกันแดดที่เหมาะกับตัวเอง ใช้แล้วไม่แพ้ และอาจจะมีเติมบ้างในตอนบ่ายก็จะดีครับ

เคล็ดลับการดูแลใบหน้าหย่อนคล้อย นอนให้เพียงพอ

4. พักผ่อนให้พอ

การนอนให้เพียงพอ สำหรับบางคนก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และทำไม่ค่อยสำเร็จกัน ดังนั้นให้พยายามหลีกเลี่ยงการอดนอนหรือนอนดึก สิ่งที่เราเลี่ยงได้แน่ ๆ คือลดการเที่ยวดึก ๆ ลดการสังสรรค์มากเกินไป แน่นอนว่าชีวิตคนเราก็คงต้องมีออกไปสังสรรค์ข้างนอกบ้าง แต่ก็ไม่ควรจะถี่เกินไปนะครับ ความถี่อาจจะน้อย ๆ ครับ คิดถึงเรื่องชั่วโมงนอนของตัวเองให้มากเป็นสําคัญ แล้วเราจะจัดตารางเวลาของเราได้ อย่างเช่น ถ้าเซ็ตตารางเวลาว่าอาทิตย์นี้เราจะเที่ยวกับเพื่อน ก็ให้ดูว่ามีนัดไว้แล้วกี่วัน ถ้าเยอะไปแล้วก็อาจจะต้องไม่รับนัดเพิ่มอีก อย่างนี้เป็นต้น

ถ้าเรายึดตารางเวลาเป็นหลักในการดําเนินชีวิต เรามักจะทําอะไรสําเร็จนะครับ จําคําหมอเอาไว้ แบ่งเวลาไปออกกําลังกาย แล้วก็งดเที่ยว นอนให้พอ แม้ว่ามันอาจจะยากหน่อย แต่ทุกคนทำได้ครับ (ถ้าจะทำ) ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากแก่เร็วหรืออยากแก่ช้า ลองถามตัวเองดูครับ

5. หัตถการ และวิธีอื่น ๆ ที่เป็นตัวช่วย

อันนี้เป็นตัวช่วยนะครับ ดังนั้น 4 ข้อแรกสำคัญกว่าสิ่งเหล่านี้อีก ถ้าจะพูดถึงหัตถการต่าง ๆ ที่มาช่วยเราในเรื่องใบหน้าหย่อนคล้อย ปัจจุบันก็มีหลายอย่างครับ หมอจะแยกให้เป็นข้อย่อย ๆ ดังนี้ครับ

เคล็ดลับการดูแลใบหน้าหย่อนคล้อย หัตถการใบหน้า

5.1 หัตถการทางผิวหนัง

  • การรับทรีตเมนต์

การรับทรีตเมนต์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับวัย ไม่ควรทำมากเกินไป เช่น หากอายุ 20 กว่า พวกหัตถการยกกระชับ ก็ยังไม่ต้องไปทำครับ ไม่มีประโยชน์ แล้วก็เสียเงินเสียทองมากเกินไป แต่ถ้าเริ่มอายุ 30 กว่าขึ้นไป อาจพิจารณาพวกยกกระชับต่าง ๆ Thermage ยกกระชับผิว พวก Ulthera ที่ทำงานเกี่ยวกับตัวกล้ามเนื้อ หัตถการพวกนี้ก็ทําส่วนใหญ่ปีละครั้งครับ

  • การใช้ฟิลเลอร์

การใช้ฟิลเลอร์ที่ถูกต้อง ถูกตําแหน่ง ฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังจริง ๆ ไม่ใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์ที่เราไม่ทราบที่มา ฟิลเลอร์ที่ใช้จะต้องเป็นของแท้ จะต้องเป็น Pure Hyaluronic Acid 100% เท่านั้น ไม่มีอย่างอื่นผสมนะครับ แต่ลักษณะโมเลกุล การ Cross-link หรือว่าการมีโมเลกุลใหญ่ โมเลกุลเล็ก ในการที่จะเลือกใช้ในบริเวณต่าง ๆ จะต้องให้แพทย์เป็นคนเลือกใช้ให้ ถ้าเราอยากเติมใต้ตาจะต้องใช้โมเลกุลเล็กหน่อย อาจจะ Augment หรือว่าเสริมส่วนโครงสร้างของหน้าอาจจะใช้โมเลกุลที่ใหญ่หน่อย อย่างเช่น คางหรือโหนกแก้ม เป็นต้น

อีกอันหนึ่งที่เป็น Natural Filler ก็คือการฉีดไขมันของเราในบางจุด สำหรับคนที่มีปัญหา Volume Loss แต่ต้องเป็นไมโครแฟตนะครับ อย่างที่หมอเคยพูดในคลิปก่อน ๆ นี้ เกี่ยวกับเทคนิคการฉีดไขมันให้ได้ผลดี ก็ไปหาดูได้นะครับ

  • การร้อยไหม

ส่วนการร้อยไหม ถ้าถามหมอผ่าตัดก็คงไม่ได้แนะนําโดยตรง อาจจะไม่ได้ประโยชน์ในการยกกระชับมากนัก อาจจะเพิ่มโอกาสในการมีพังผืดผิวหน้าได้ แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดห้ามนะครับ ถ้าเป็นไหมที่ละลายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

  • เลเซอร์ โบท็อกซ์

นอกจากนี้ การทำพวกเลเซอร์ หรือ Recallagenization ต่าง ๆ เพื่อดูแลผิวให้มันเกิดขึ้นใหม่ ให้กระจ่างขึ้น แต่ไม่ควรทำบ่อยเกินไปเพราะจะทำให้ผิวเราบางได้

อื่น ๆ ก็อย่างเช่น พวกการทําโบท็อกซ์เพื่อคงรูปของหน้า แล้วก็การยกกระชับบางส่วน ก็สามารถทำได้ แต่ก็ไม่ควรทำถี่เกินไป โบท็อกซ์อาจจะเกิน 6 เดือนครั้งหนึ่ง ไม่ควรทำทุก 3-4 เดือน การเป็น Beauty Addict มากเกินไป ก็ไม่ดีเหมือนกันครับ

เคล็ดลับการดูแลใบหน้าหย่อนคล้อย อาหารเสริม

5.2 การทานพวกอาหารเสริม

การทานอาหารเสริมก็ควรมีบ้าง แต่ก็ไม่ควรมากเกินไป เราต้องรู้ว่าลักษณะคาแรกเตอร์ของเราขาดอะไร ไม่ใช่ไปโฟกัสอาหารเสริมอย่างเดียว คิดง่าย ๆ ครับ “ระหว่างอาหารที่เราทานกับอาหารเสริม” ถ้าให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง อะไรที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้? เพราะฉะนั้นก็ชัด ๆ ครับ ว่าเป็นอาหารที่เราเลือกกินอยู่ทุกวัน อาหาร 5 หมู่นั่นแหละจะเป็นประโยชน์มากกว่า อาหารเสริมก็คือของเสริมนะครับ อาจจะทานวิตามินบางตัว เลือกทานให้น้อยที่สุด หรือเลือกทานเฉพาะสิ่งที่เราขาดครับ

อาจจะทานพวกน้ำมันปลา วิตามินซี  คอลลาเจน  กลูตาไธโอนในโดสที่ไม่เยอะเกินไป เพื่อเป็นสารต้านอนุมูลอิสระให้กับตัวเรา ส่วนในคนที่อายุเยอะขึ้น 30-40 ปี อาจจะเริ่มไปโฟกัสเรื่องทางโพรไบโอติกส์ก็ได้ครับ

เคล็ดลับการดูแลใบหน้าหย่อนคล้อย ผ่าตัดยกกระชับใบหน้า

5.3 การผ่าตัด

การผ่าตัดต้องทำตามปัญหาที่เรามี ไม่ควรทําเร็วเกินไป อย่างเช่น ดึงหน้ากันตั้งแต่อายุ 30 หมอเคยบอกแล้วนะครับ มันมักจะเริ่มจากบนลงล่าง ไปดูคลิปกันได้ในเรื่องรายละเอียดของการดึงหน้า เจาะลึกดึงหน้าฉบับสมบูรณ์ ในช่อง Bestheticsurgery Channel นะครับ ส่วนใหญ่เราจะเริ่มจาก Mini ถ้าคนที่อายุ 40 ต้น ๆ 30 ปลาย ๆ ถ้ามันหย่อนจริง ๆ ดึงแล้วได้ประโยชน์ คุณหมอก็อาจพิจารณาทำให้ โดยเริ่มจาก Mini ก็คือด้านบน แล้วถ้าเริ่มมีหน้าส่วนล่าง ก็อาจจะเป็นลักษณะของ Anterior แผลอาจจะต้องยาวเริ่มไปหลังหูบ้าง แล้วก็มา Full ถ้า Full Facelift ก็คือมีปัญหาเรื่องเหนียง มีคอแล้ว ก็อาจจะอายุเยอะขึ้นหน่อย อาจจะ 50-60 ขึ้นไป แต่การทําผ่าตัดเนี่ยมันเกิดแผล เพราะฉะนั้นควรจะให้เกิดแผลน้อยที่สุดกับเรา

ตรวจก่อนว่าดึงแล้วได้ผลจึงจะทำนะครับ อาจจะเริ่มจากรอบดวงตาก่อน บางคนก็อาจจะดึงหางคิ้ว ทำตา ก็ได้นะครับ มันก็ช่วยได้ในลักษณะของ Lateral Brow Lift หรือว่าเป็นการดึง Upper Cheek ขึ้น

แต่ว่าบางคนอาจจะมีการหย่อนคล้อยเร็ว อย่างเช่น มี Factor มาจากการลดน้ำหนักเยอะ ๆ อาจจะเคยเป็นคนที่น้ำหนักเยอะ หรือคนอ้วนมาก่อน แล้วลดในปริมาณน้ำหนักที่เยอะ มันจะทําให้เกิด Sagging ได้ อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นจะต้องดูเป็น Case by case หรือแต่ละคน มีปัญหาและทําแล้วได้ประโยชน์ถึงจะทํา

แล้วก็ไม่ควรจะยึดร่องแก้มเป็นหลัก มีร่องแก้มไม่ได้เลย อันนี้เป็นความคิดที่ผิด เพราะว่าร่องแก้มเป็นรอยต่อของกล้ามเนื้อตามธรรมชาติ ซึ่งต่อให้ดึงก็อาจจะต้องมีเหลืออยู่บ้างครับ ถ้าไม่มีเลยมันก็จะเหมือนตุ๊กตา มันจะดูไม่เป็นธรรมชาติ คนเรายิ้ม ยังไงมันก็จะต้องมีบ้าง จะไปหวังให้มันไม่มีเลย 100% อันนั้นเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นมันค่อนข้างจะ Unrealistic ไม่ควรจะยึดตรงนี้เป็นหลัก

การมีร่องแก้มไม่ได้หมายความว่าแก่ครับ มันต้องดูโดยรวม บางคนมีร่องแก้มก็เหมาะกับใบหน้า แล้วก็ต้องดูความตึง คือถ้าร่องแก้มมันเกิดจากความหย่อนจริง ๆ อันนั้นใช่ แต่ว่าถ้าหน้ายังตึงอยู่เลย แต่ว่าเรามีร่องแก้มเพราะว่าเราเป็นคนมีแก้ม (เมื่อเทียบกับริมฝีปาก) มันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายความว่าแก่ แล้วก็ไม่ได้ดูแก่อะไรเลยครับ

เคล็ดลับการดูแลใบหน้าหย่อนคล้อย ฉีดไขมัน

5.4 การฉีดไขมัน

อันนี้อาจจะเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 30 กว่า ๆ มันเป็นหัตถการที่ไม่มีแผล แต่ปัญหาก็คือ คุณจะต้องมีปัญหาก่อน อย่างเช่น มี Volume Loss แล้วก็มีไขมันให้ใช้ด้วย ถ้าคนผอมมากไป บางทีเล่นโยคะหรือว่าออกกำลังกายจนลีนมาก ๆ ไม่มีไขมันให้ใช้ ก็อาจจะทำวิธีนี้ไม่ได้

การฉีดไขมันอาจจะเป็นการเสริมกับการดึงหน้าได้ในบางจุด แต่ถ้าฉีด Overall ทั้งหน้า โดยเฉพาะการฉีดหน้าผากด้วย หมออาจจะแนะนําให้แยกกับการทําดึงหน้า คือดึงหน้าให้หายดีก่อน เพราะว่าถ้าทํารวมไปทีเดียว แล้วเป็นการฉีด Overall ทั้งหมดเลย มันจะบวมค่อนข้างเยอะ แล้วก็หายช้า และแฟตมีโอกาสที่จะ Loss เยอะ เพราะว่าเราฉีดไปใน Open Space เนื่องจากเรามีการผ่าตัดดึงหน้า มันมีการเลาะ มีการทำอะไรที่ค่อนข้างกว้าง

แต่ถ้าจะฉีดเฉพาะจุดพร้อมดึงหน้า อย่างเช่น เติมใต้ตา หรือร่องแก้ม หรือข้างหน้าบ้าง อันนี้ทําได้ แต่ถ้าจะเติม Overall โดยเน้นหน้าผากด้วยเนี่ย อันนี้หมอแนะนำให้เป็นอีกเซสชันหนึ่ง ซึ่งเราอาจจะทำได้เต็มที่กว่า ทำในช่วงที่แผลหายแล้ว อย่างเช่น 2-3 เดือนขึ้นไปหลังจากดึงหน้า อันนั้นจะได้ประโยชน์กว่าครับ

เราอาจจะผสมพวกนาโนแฟต เซลล์ต้นกําเนิดที่เราสกัดจากนาโนแฟตได้ อาจจะผสม PRP จากเลือดได้ เพื่อให้มันมี Rejuvenize หรือว่าทําให้คุณภาพของผิวดีขึ้นได้ด้วย อันนั้นก็จะเป็นประโยชน์มากกว่า และได้ผลกว่าการทำพร้อมกัน

เคล็ดลับการดูแลใบหน้าหย่อนคล้อย หัตถการยกกระชับ

5.5 หัตถการยกกระชับ

นอกจากนี้หลังผ่าตัดเกิน 1 ปี เราอาจจะย้อนกลับไปที่จุดเดิมครับ ก็คือกลับไป Maintenance เมื่อเราดึงหน้าหรือทำอะไรให้มันดูย้อนวัยไปแล้ว อาจจะเป็น 10 ปี 15 ปี 20 ปี ก็ให้กลับไปดูแลผิวเหมือนเดิมนะครับ ได้แก่ ทรีตเมนต์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ทานอาหารดี ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แล้วก็อาจจะทำพวกหัตถการยกกระชับด้วยพลังงานต่าง ๆ อาจจะทำ Thermage , Ulthera ปีละครั้งก็ได้ นับจากหลังผ่าตัดไปแล้วเกิน 1-2 ปี ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ต่าง ๆ ที่เคยทำไว้คงอยู่ยาวยิ่งขึ้น ซึ่งมันก็เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในปัจจุบัน ก็ทำได้นะครับ

เคล็ดลับการดูแลใบหน้าหย่อนคล้อย

เห็นไหมครับ ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยนั้น ถ้าเราเข้าใจมัน แล้วก็ดูแลได้ดี โดยเป็นลำดับขั้นตอน ไม่สับสน ก็จะไม่สิ้นเปลืองมากเกินไปด้วย ปัจจุบันทางเลือกมันเยอะมากครับ แต่ก็ไม่ควรจะใช้นู่นใช้นี่ทุกอย่าง มันจะต้องมีเบสไลน์ของมันนะครับ เริ่มที่การนอน การทานอาหาร ออกกำลังกายเป็นหลัก อย่างอื่นเป็นตัวเสริมนะครับ และต้องเลือกที่เหมาะกับตัวเองด้วย เพราะฉะนั้นหลัก ๆ คือ อาหาร ออกกำลังกาย นอน อีกอย่างหนึ่ง จิตใจก็สำคัญครับ การมีเจตคติที่ดีในการดำเนินชีวิต มีการทำสมาธิ การรู้ตัวต่าง ๆ มันช่วยชะลอวัยได้มากนะครับ อย่ามองข้าม คิดดี ทำดี ทำอะไรให้สังคม แล้วคุณจะแก่ช้าลง เชื่อหมอครับ

 

รับชมคลิป 5 เคล็ดลับการดูแลใบหน้าหย่อนคล้อย

 

ใครอยากปรึกษามีปัญหาคาใจ ทุกคำถาม..เรามีคำตอบ ส่งรูปประเมินส่วนตัวมาได้ ตามลิงก์ด้านล่าง หมอจะประเมินให้เองทุกคน