065-964-6326

การฉีดไขมัน กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นคำถามและความเข้าใจผิดมากมาย หลายคนคิดว่าการฉีดไขมันเป็นเพียงการดูดไขมันออกมาแล้วนำไปฉีดที่อื่น ๆ เช่น ที่ใบหน้า ซึ่งความจริงแล้วกระบวนการนี้ซับซ้อนกว่านั้นมาก ไม่ใช่แค่คนทั่วไปเท่านั้นที่เข้าใจผิด แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งก็อาจให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน วันนี้หมอจะมาสรุปและตอบคำถามที่ทุกคนสงสัยเกี่ยวกับการฉีดไขมัน เพื่อให้ทุกคนตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดครับ

ข้อ 1. ไขมันต้องเป็นของตัวเองหรือเปล่า ?

ใช่ครับ การฉีดไขมันต้องใช้ไขมันของตนเองเท่านั้น! ลักษณะเป็นการทำ Grafting หมายถึงการย้ายเนื้อเยื่อของตัวเองจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยที่ไม่มีเส้นเลือดไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราดูดไขมันออกมาไว้ข้างนอก สักพักเซลล์ก็จะตาย ทีนี้พอเราเอาไปฉีดไว้ที่อื่น อย่างเช่นที่หน้า ก็จะต้องอยู่ในบริเวณที่มี Soft Tissue อุ้มรอบ และมีเส้นเลือดเกิดขึ้นมาเลี้ยงใหม่นั่นเอง

เช่นเดียวกับการปลูกถ่ายผิวหนังตนเองในการปิดแผล การย้ายเนื้อเยื่อหุ้มต่าง ๆ (fascia) หรือการใช้กระดูกอ่อนไปเสริมจมูกก็เช่นกัน มันคือ Graft นั่นหมายถึง ต้องเป็นของตนเองย้ายไปและที่ใหม่ที่รับก็ต้องรับไว้ได้มีเส้นเลือดใหม่มาเลี้ยง ไม่อย่างนั้นเซลล์ก็จะตายไป ส่วนไขมันก็เช่นกันถ้าย้ายมาฉีด แต่ที่ใหม่ไม่รับหรือรับไม่หมดก็จะมีส่วนที่สลายไปนั่นเอง จึงเป็นการบอกว่า อาจอยู่ไม่ 100% แต่ถ้าส่วนที่อยู่แล้วก็อยู่เลย ไม่ได้สลายไปเหมือน filler ถ้าเป็นไขมัน เราอาจจะติดตามผลหรือดูว่ามันอยู่หรือไม่อยู่ ในระยะประมาณ 1-3 เดือน ซึ่งหลัง 3 เดือนเหลืออยู่แค่ไหนก็ค่อนข้างจะคงที่ แต่ว่าบางจุดก็อาจจะอยู่ไปถึง 6 เดือน

ฉีดไขมันหน้า ใช้ไขมันส่วนไหน

ข้อ 2. ไขมันเอามาจากที่ไหนบ้าง ?

ส่วนใหญ่มักจะดูดจากส่วนที่มีไขมันเยอะในร่างกาย แต่การดูดไขมันนั้นเราต้องดูดในชั้นลึก ๆ ที่มีความหนามากพอ เพื่อเหลือความหนาไว้ให้ไม่บุ๋มหรือเป็นร่องด้วย ไม่ใช่ว่าดูดเท่าไหร่ก็ได้ ส่วนใหญ่ที่เราจะใช้กันบ่อย ๆ และคุณภาพค่อนข้างจะดี ก็จะเป็นท้องส่วนล่างหรือไม่ก็ต้นขานั่นเอง และจะดูดเอาเฉพาะที่ใช้ ไม่ได้ดูดออกมาทั้งหมด เพื่อเหลือไว้ในกรณีถ้าต้องการเติมเพิ่มภายหลัง

คนไข้ที่ผอม ออกกําลังกายเยอะ หรือเป็นพวกนักกีฬา ร่างกายก็อาจจะไม่มีไขมันให้ใช้ อันนั้นก็ต้องมาให้หมอพิจารณาก่อนว่าจะใช้ไขมันจากส่วนไหนได้บ้าง

ข้อ 3. ดูดไขมันไปแล้วฉีดได้เลยไหม ?

ยังไม่ได้ครับ! เมื่อดูดออกมาก็จะมีเซลล์ที่เป็นลักษณะของเลือด เป็นน้ำเลือด หรือน้ำเลี้ยงของไขมัน เราต้องมากรองหรือปั่นแยกเซลล์ให้เหลือแต่ตัวไขมันจริง ๆ จากนั้นจึงจะเอาไปใช้ได้ และในขั้นตอนการปั่น เราก็ต้องรู้ความแรงและระยะเวลาที่เหมาะสมด้วย ไม่อย่างนั้นเซลล์จะแตกหมด เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

ฉีดไขมัน ดูดไขมัน

ข้อ 4. ได้ไขมันแล้วฉีดเลยได้ไหม ?

บางคนเข้าใจแบบนั้นนะครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังไม่สามารถนำมาฉีดได้ เพราะจะทำให้เป็นก้อน โดยเฉพาะการฉีดไขมันบริเวณใบหน้า จะต้องนำไปเตรียมให้เป็นไมโครแฟตก่อน การทําไมโครแฟตคือหลังจากที่เราได้ไขมันจากที่กรองหรือที่ปั่นแล้ว ตัวไขมันที่เราได้มาเพียว ๆ นั้น เราก็จะต้องไปตัดเซลล์ด้วยเครื่องมือพิเศษ เพื่อให้มันตัดทอนลงไปจนถึงไมโคร ถ้าเทียบเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางระดับอนุภาค ก็จะต้องน้อยกว่า ประมาณ 1-1.2 มิลลิเมตรลงไป ถึงจะเอามาฉีดที่หน้าได้ โดยไขมันต้องเป็นแบบเรียบ ไม่เป็นตะปุ่มตะป่ำ ไม่เป็นก้อนแล้ว

อันที่จริงกระบวนการเริ่มตั้งแต่การดูด หัวดูดก็จะใช้ขนาดเล็กกว่าปกติ ซึ่งปกติการดูดไขมันทั่วไปอาจจะใช้หัวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร แต่ถ้าจะดูดมาเพื่อเป็นกราฟหรือมาฉีดเพื่อทําให้เป็นไมโครแฟต อาจจะต้องใช้หัวที่มันเล็กลงกว่า 3 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่ก็จะเป็นประมาณ 2.4 มิลลิเมตร นอกจากนั้น แรงดูดก็มีความสําคัญ และมักจะไม่ใช้เครื่องหรือว่าอะไรที่มีแรงดูดแรง ๆ เพื่อให้ได้ปริมาณมาก ๆ ทีเดียว อาจจะต้องดูดด้วยมือ ดูดด้วยไซริง (Syringe) ทีละอัน ๆ ขั้นตอนนี้ก็จะต้องมีความละเอียด เพราะฉะนั้นต้องใช้เครื่องมือเล็ก ๆ หน่อย และหลังจากนั้นก็จะต้องมาตัดเซลล์ให้เป็นไมโครแฟต

ข้อ 5. ฉีดไขมันตรงไหน ?

เราต้องรู้ที่ที่เราจะฉีดก่อน เพราะฉะนั้นต้องมีการดีไซน์ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดว่าเราจะฉีดไขมันบริเวณไหนบ้าง บริเวณไหนที่ควรฉีด บริเวณไหนที่ฉีดได้ บริเวณไหนที่ฉีดไม่ได้ รวมทั้งระดับในการฉีดด้วย แต่ละจุดฉีดได้ปริมาณเท่าไร ฉีดระดับไหน บริเวณหน้าผาก เราฉีดตรงไหนได้บ้าง? เส้นเลือด เส้นประสาทที่เราต้องระวังอยู่ตรงไหน? โดยเฉพาะรอบตา ขอบตาบนล่าง ถ้าไม่รู้ระดับที่ฉีดก็จะอันตรายมาก ดังนั้น แพทย์ที่ไม่ใช่เฉพาะทาง ไม่มีความชํานาญ อาจจะต้องมีความรู้เรื่องกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) เรื่องกายภาพของหน้า ชั้นกล้ามเนื้อ ชั้นไขมัน ชั้นเส้นเลือด ชั้นเส้นประสาทว่าอยู่ตรงไหน และการฉีดก็จะต้องมีเลเวล หรือต้องทอเป็นชั้น ๆ เราก็ต้องรู้ความลึกด้วย ถ้าฉีดผิว ๆ เลยก็อาจจะเป็นก้อน

การฉีดต้องใช้มือที่นิ่งมาก ๆ เพราะฉะนั้นถ้าผู้ไม่ชํานาญ มือสั่น มือไม่นิ่ง เวลาดันหรือฉีดเข้าไปไขมันอาจจะเป็นก้อนได้ บางคนอาจจะใช้ตัวปืนที่มีความละเอียดมาช่วย แต่ยังไงก็จะต้องมีความชํานาญในการฉีดด้วย มือต้องนิ่ง

เข็มที่ฉีดก็ต้องเป็นเข็มทู่ และในเมื่อเราตัดทอนเป็นไมโครแฟตน้อยกว่า 1 มิลลิเมตร เข็มก็จะเป็น 1 มิลลิเมตรลงไป อาจจะเป็น 0.9 หรือ 0.7 มิลลิเมตร และไซริงที่ฉีดก็มักจะเป็นไซริงไม่เกิน 3 ซีซี ที่จะเอามาฉีด ไม่อย่างนั้นแรงดันก็จะมากไป ทําให้เซลล์กระจายหรือแตกออกได้

ฉีดไขมันหน้า ฉีดตรงไหน

ข้อ 6. ต้องฉีดไขมันแบบไหน ?

ไม่ได้ฉีดแบบฟิลเลอร์นะครับ จะต้องเป็นเข็มเล็ก ๆ และทอเหมือนทอผ้าเป็นเส้นเล็ก ๆ เพราะฉะนั้นใน 1 ซีซี เราจะฉีดทอเล็ก ๆ และขยับตลอดไม่ให้เข็มอยู่นิ่ง ๆ เพราะถ้านิ่งจะทำให้เป็นก้อน จะต้องทอเป็นเส้น ดังนั้น 1 ซีซี จะต้องมีสโตรกอย่างน้อยเกิน 50-60 สโตรก หรือ 100 สโตรกขึ้นไป

ในหนึ่งพุช เราจะพุชไขมันไปแค่ 1/60, 1/50, 1/100 ซีซี ไม่สามารถฉีดไปเลยทั้งก้อน ทั้งซีซี หรือฉีดเป็นบริเวณไปเลยอย่างที่ฉีดฟิลเลอร์ก็ไม่ได้นะ ดังนั้น หมอต้องมีความชํานาญ ต้องมีความรู้ และมือต้องนิ่งด้วย

ข้อ 7. ฉีดไขมัน ผสมอย่างอื่นได้ไหม ?

คำตอบคือ ไม่ผสมก็ได้ หรือจะผสมก็ได้ครับ ในที่นี้มักจะหมายถึงทฤษฎีของเซลล์ต้นกําเนิดมาผสมในไขมัน ซึ่งจะมี 2 แบบ

อาจจะเป็นจากไขมันที่เราดูดออกมานี่แหละ เมื่อกี้เราทําเป็นระดับไมโครใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราตัดทอนเซลล์ลงไปอีก ให้มันละเอียดลงไปอีกเป็นระดับนาโน เซลล์พวกนี้จะแตกหมด แล้วเซลล์ที่เป็นพวกเซลล์ต้นกําเนิดในไขมันจะออกมาทํางาน ซึ่งเราก็เอาอนุภาคเหล่านี้ หรือส่วนเหล่านี้มาผสมในไขมันที่เราฉีดก็ได้ ก็จะทําให้เซลล์ต้นกําเนิดในไขมันที่เราฉีดมีปริมาณมากขึ้น และเป็นสเต็มเซลล์กับไมโครแฟตนั่นแหละมาฉีดกับหน้า ซึ่งคําว่าเซลล์ต้นกําเนิด อาจจะมีผลดีในเรื่องของผิวพรรณ ทําให้กระจ่างใสขึ้น พวกรอยดําก็จะจางลง คุณภาพของผิวดีขึ้น

อีกส่วนหนึ่งที่เขาใช้กัน เช่น PRP ก็เป็น Platelet Rich Plasma ซึ่งเป็นลักษณะของเซลล์ต้นกําเนิดเหมือนกัน แต่เป็นเซลล์ต้นกําเนิดที่มาจากน้ำเลือดเรา แต่ก็ต้องมีน้ำยา ต้องไปปั่น ต้องไปแยกเซลล์เช่นกัน เพื่อให้ได้ส่วนนี้มาผสมที่จะฉีดไขมัน ซึ่งความหนาแน่นในเซลล์ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นอายุของคนไข้ก็มีผลนิดหน่อย อย่างเช่น ถ้าอายุเยอะมาก เซลล์ต้นกำเนิดอาจจะน้อยลง แต่ก็จะได้ผลดีขึ้นในเรื่องของผิวพรรณนั่นเอง เป็นลักษณะของการฟื้นฟู

หลังจากที่ได้นาโนแฟตแล้ว บางสถานที่ใช้นาโนแฟตไปผสมกับตัวนําที่มีลักษณะเป็นครีม ทำเป็นครีมเฉพาะตัวให้คนไข้กลับไปทาที่บ้าน ทาที่หน้าหลังจากฉีดแล้ว สัก 2-3 วัน หรือภายใน 7 วันไม่เกิน ถ้าเป็นครีมของตัวเองก็เป็นลักษณะของการฟื้นฟู แต่ก็อาจจะมีกลิ่นนิดหน่อยนะครับ

ฉีดไขมันหน้า กี่ซีซี

ข้อ 8. ฉีดไขมันกี่ซีซี ?

อันนี้ก็แล้วแต่จุดนะครับ หน้าผากอาจจะใช้ประมาณ 30-50 ซีซี แล้วแต่ความกว้างหรือแล้วแต่คนด้วย ส่วนบริเวณขอบตาก็อยู่ประมาณจุดละ 1-3 ซีซี อย่างเช่น ขอบตาบนหรือขอบตาล่าง ส่วนร่องแก้มก็จะอยู่ประมาณ 3-5 ซีซี อย่างบางคนอยากฉีดริมฝีปาก อันนี้ก็แล้วแต่รูปร่างที่เราอยากจะแต่ง ส่วนใหญ่ริมฝีปากบนกับริมฝีปากล่างอยู่ระหว่าง 1-3 ซีซี บางจุดฉีดหนาหน่อย อย่างเช่น ตรงกลาง ตรงข้าง ๆ ตรงปลาย ๆ อาจจะต้องฉีดบางหน่อย ส่วนหน้าผากที่เป็นบริเวณกว้าง และต้องฉีดหลายชั้นด้วย ฉีดตั้งแต่ใต้แถว ๆ เยื่อหุ้มกระดูก ตัวชั้นกล้ามเนื้อ ชั้นใต้ผิวหนัง อันนี้ต้องรู้และต้องรู้จุดฉีดด้วย

นอกจากนั้น ต้องรู้ว่าบริเวณตรงไหนควรจะฉีดลึก บริเวณไหนควรจะฉีดตื้น บริเวณไหนฉีดลึกไม่ได้ ก็ต้องรู้ว่ามันเป็นจุดที่มีเส้นเลือด เส้นประสาท ถ้าไม่มีความรู้ ฉีดไปเลย อยากจะฉีดตรงไหนก็ฉีด อันนี้ไม่ได้นะครับ

ข้อ 9. หลังฉีดไขมันต้องประคบไหม ?

การฉีดไขมันไม่มีแผล เพราะเป็นเข็มเจาะเฉย ๆ ซึ่งมันก็อาจจะมีเขียวมีช้ำบ้าง แต่ด้วยความที่เป็นกราฟ ซึ่งเราอยากให้มีเส้นเลือดมาเลี้ยง เพราะฉะนั้นแล้ว พยายามไม่ทําให้เส้นเลือดมันหดตัวครับ หลัก ๆ เราจะไม่ให้ประคบเย็นบริเวณที่เราฉีดไขมัน เพราะจะทำให้เซลล์ตายได้ อาจจะต้องยอมปล่อยไว้สักนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่ไม่ได้เขียวช้ำมาก แต่บางคนก็ไม่เขียว ไม่ช้ำ ยกเว้นบางคนที่ผิวเส้นเลือดฝอยแตกง่าย แต่ถ้าจะประคบก็อาจจะประคบอุ่น โดยอาจจะรอสัก 2-3 วันก่อนค่อยเริ่มประคบ ให้ใช้เป็นพวกน้ำอุ่นจากในห้องน้ำ ไม่ต้องถึงขนาดน้ำต้ม ไม่งั้นเดี๋ยวอาจจะเบิร์นตัวเอง หรืออาจจะทําให้เกิดการพองได้นะครับ

ฉีดไขมันหน้า ดูแลตัวเองยังไง

ข้อ 10. แผลเจาะที่ดูดไขมันออกมา ต้องตัดไหมหรือไม่ ?

ใช่ครับ! ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแผลเล็ก ๆ สัก 2-3 มิล หรือไม่เกิน 5 มิล ก็ให้มาตัดไหมจากแผลเจาะตรงนั้นประมาณสัก 1 สัปดาห์ ส่วนแผลพวกรูซึมเล็ก ๆ ที่หน้า ที่เป็นแผลเจาะ ที่ฉีด ส่วนใหญ่ไม่ต้องเย็บนะครับ อาจจะติด Adhesive Tape แค่นั้นก็พอ แต่ในบางคนถ้ามีเลือดออก คุณหมอก็อาจจะเย็บเล็ก ๆ ไว้ 3-4 วัน หรือ 5 วัน ก็มาตัดไหมได้แล้ว ถ้าเย็บรูเข็มที่ฉีดจะเป็นไหมเล็ก ๆ แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ต้องถึงขนาดเย็บกัน

ข้อ 11. ฉีดไขมันหน้า ล้างหน้าได้ไหม ?

คําตอบคือ ได้ครับ เพราะว่าไม่มีแผลผ่าตัดอะไร ล้างหน้าตามปกติ แต่อย่านวดแรง ๆ ให้นวดเบา ๆ ได้ ถ้าฉีดขอบตาก็ต้องรู้ทิศการนวดนิดหนึ่งว่านวดตามขอบกระดูกหรือว่าตรงหน้าผาก ไม่กดนวดหนัก ๆ นะครับ โดยอาจจะคลึง ๆ และควรจะใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้มากกว่าปกตินิดหนึ่ง เพื่อความนุ่มนวล และผิวที่ใสขึ้น ดูแลง่าย ๆ ครับ ขอให้สะอาดและไม่กดเซลล์ เพียงเท่านี้ก็จะได้หน้าเต็ม ใสขึ้นมาก ๆ แล้วล่ะครับ

ฉีดไขมันหน้า ที่ไหนดี

ข้อ 12. เช็กให้ดีว่าสะอาดไหม ?

ข้อนี้สําคัญมาก! ทุกอย่างต้องเป็นระดับ Sterilization หรือระดับปลอดเชื้อเท่านั้น ทุกอย่างต้องเป็นระบบปิดทั้งหมด ต้องอยู่ในฟีลห้องผ่าตัด ผิวหนังต้องสะอาด ต้องทําความสะอาดด้วย Antiseptic หรือยาฆ่าเชื้อ เครื่องมือทุกอย่างต้อง Sterile หรือปลอดเชื้อทุกขั้นตอน ตั้งแต่ดูดไขมัน เตรียมเซลล์ จนกระทั่งถึงขั้นตอนการฉีด อันนี้ขอย้ำนะครับ ทุกอย่างต้องเป็นระดับ Sterilization แล้วต้องทําในห้องผ่าตัดที่เรียบร้อย ได้มาตรฐาน ไม่งั้นจะเกิดการติดเชื้อได้นะครับ

เพราะฉะนั้นถ้าไปเจอการฉีดแบบสถานที่เปิด หรือทำง่าย ๆ ในห้องตรวจ OPD และแค่ใส่ถุงมือตรวจ อันนี้เสี่ยงมากครับ แนะนำให้เดินออกมาจากสถานที่นั้นได้เลยครับ

สรุปทิ้งท้าย

จะเห็นได้ว่ารายละเอียดในการฉีดไขมันมีหลายอย่างมาก คุณรู้แล้ว และหมอที่คุณจะไปหาเขารู้หรือเปล่า ?! เราต้องดูด้วยนะครับ เช็กดี ๆ เสี่ยงตั้งแต่ดูดไขมันแล้ว ไม่ว่าจะทําผ่าตัด หรือทําหัตถการเกี่ยวกับศัลยกรรมตกแต่ง ก็ขอให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ยังไงก็ดีกว่า ปลอดภัยมากกว่า ผลลัพธ์ออกมาดี แก้ปัญหาของเราได้ตรงจุด และผลแทรกซ้อนก็จะน้อยกว่าด้วย อันนี้หมอก็ขอฝากไว้ให้พิจารณากันด้วยนะครับ

ถ้าใครมีอะไรสงสัยก็ถามเพิ่มมาได้ในทุกช่องทางนะครับ โอกาสหน้าหมอจะมีคำแนะนำดี ๆ มาฝากอีก และอย่าลืมติดตามเว็บไซต์ Beauty Med Hub https://beautymedhub.com ด้วยนะครับ จะมีความรู้จากคุณหมอท่านอื่น ๆ เราจะได้มีความรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับศัลยกรรมตกแต่ง

 

รับชมคลิป 12 เรื่องต้องรู้ก่อนตัดสินใจ ฉีดไขมันหน้า

ฟังให้ครบก่อนทำ!

 

ใครอยากปรึกษามีปัญหาคาใจ ทุกคำถาม..เรามีคำตอบ ส่งรูปประเมินส่วนตัวมาได้ ตามลิงก์ด้านล่าง หมอจะประเมินให้เองทุกคน