
อย่างที่ทราบกันดีว่าเมื่ออายุเพิ่มขึ้นเซลล์ผิวของเราจะเริ่มเสื่อมสภาพ เส้นเอ็นใต้ชั้นผิว (Facial Ligament) ซึ่งทำหน้าที่ยึดโยงชั้นผิวหนังไว้กับกระดูกหย่อนยานและไม่สามารถขึงผิวหน้าให้เต่งตึงได้เหมือนอย่างเคยจึงเป็นสาเหตุให้ใบหน้าหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก เกิดปัญหาคิ้วตก หางตาตก มีร่องใต้ตา ร่องแก้มลึกและกรอบหน้าไม่ชัดเจนทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย การผ่าตัดดึงหน้า (Face Lift) จึงกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกของการยกกระชับ ปรับใบหน้าให้ดูเด็กลงที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเป็นหัตถการที่สามารถแก้ไขความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นได้ครอบคลุมทั้งใบหน้าส่วนบน กลาง ล่างรวมไปจนถึงลำคอ ช่วยลดอายุใบหน้าให้ดูเด็กลงได้อย่างชัดเจนราว 10-20 ปี และสามารถคงผลลัพธ์ได้นานมากถึง 5-10 ปี สำหรับใครที่กำลังสนใจหรืออยากเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้าในอนาคตอันใกล้ ในบทความนี้หมอรวบรวมทุกข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดึงหน้า การดึงหน้า คืออะไร? เหมาะกับใครบ้าง การดึงหน้า มีกี่แบบ? ข้อควรระวังเกี่ยวกับการดึงหน้าและคำถามที่พบบ่อย เพื่อให้ทุกท่านมีข้อมูลเพียงพอสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจ
การดึงหน้า คืออะไร
การศัลยกรรมดึงหน้า (Face lift) คือ เทคนิคการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อยกกระชับผิวหน้าและลำคอให้เต่งตึง เรียบเนียน ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้น โดยแพทย์จะทำการกรีดเปิดแผลตามตำแหน่งที่วางแผนเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อทำการเก็บยกหรือดึงผิวหนังทั้ง 2 ชั้นหรืออาจมากกว่านั้น ได้แก่ ผิวหนังชั้นบนและชั้นกล้ามเนื้อ SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic system) ให้ยกกลับไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมและตัดผิวหนังส่วนที่หย่อนคล้อยออก ผลลัพธ์ที่ได้คือใบหน้ายกกระชับ ผิวดูเต่งตึงและเรียบเนียนขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงได้ 10-20 ปี และหลังการผ่าตัดดึงหน้าหนึ่งครั้งสามารถคงผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 5-10 ปี
การดึงหน้าเหมาะกับใคร
- ผู้มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ผิวขาดความเฟิร์มกระชับทำให้หน้าดูแก่กว่าวัยและต้องการยกกระชับใบหน้าให้เต่งตึง เรียวสวยได้รูปได้อย่างยาวนาน ไม่ต้องเสียเวลาเพื่อเข้ามาทำหัตถการยกกระชับผิวหน้าบ่อยๆ
- ผู้มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกตามส่วนต่างๆ บนใบหน้า เช่น ริ้วรอยหน้าผาก มีถุงใต้ตา ร่องใต้ตา ร่องแก้มลึก เป็นต้น
- ผู้มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัดเจน มีเหนียงมากหรือมีคางสองชั้นและต้องการยกกระชับกรอบหน้า ปรับหน้าเรียวสวยได้ทรง V-shape
- ผู้ที่มีปัญหาผิวเปลือกตาหย่อน หางตาตก คิ้วตก ตาสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน
- ผู้มีริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่นหรือมีรอยพับที่บริเวณลำคอ
- ผู้ที่เคยผ่านการยกกระชับใบหน้ารูปแบบอื่นๆ มาแล้วแต่ไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
การดึงหน้ามีกี่แบบ
การผ่าตัดดึงหน้าสามารถแบ่งออกได้หลักๆ เป็น 4 ส่วน ได้แก่ การดึงหน้าส่วนบน (ขมับ) ส่วนกลาง ส่วนล่างและบริเวณลำคอ โดยสามารถดึงหน้าพร้อมกันทุกส่วนหรือเลือกดึงหน้าเฉพาะจุดขึ้นอยู่กับปัญหาความหย่อนคล้อยและความต้องการส่วนบุคคลของคนไข้ ดังนี้

Temporal Lift หรือ การดึงขมับ
เป็นการผ่าตัดเพื่อดึงหน้าส่วนบนโดยเริ่มตั้งแต่บริเวณขมับ หน้าผากและสามารถดึงหางตา หางคิ้วให้ยกสูงขึ้นได้ โดยตำแหน่งที่กรีดเปิดแผลจะอยู่ในผมช่วงขมับแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นทำให้มีรอยแผลเล็ก ฟื้นตัวได้ไว เหมาะสำหรับคนไข้ที่ต้องการดึงหน้าเฉพาะส่วนบนให้เต่งตึงขึ้น ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ผิวเปลือกตาหย่อนและมีริ้วรอยรอบดวงตา

Mini Face Lift
เป็นการดึงหน้าส่วนกลางโดยเริ่มตั้งแต่ช่วงหางตามาจนถึงช่วงแก้มส่วนบนโดยแพทย์จะกรีดเปิดแผลที่ขอบติ่งหน้าหู (Tragus) ทั้ง 2 ฝั่งเพื่อเลาะผ่านผิวหนังไปถึงชั้น SMAS แล้วดึงผิวให้ยกขึ้นร่วมกับการตัดผิวส่วนเกินออก
สำหรับในบางเคสแพทย์อาจใช้การดึงหน้า Mini Lift อีกลักษณะที่เรียกว่า Upper Face Lift โดยกรีดเปิดแผลที่เนวไรผมและอาจเลยมาเล็กน้อยที่หน้าจอน เลาะชั้นใต้ผิวหนัง อาจลงมาแก้มส่วนบนและดึงในแนวตั้งขึ้น (Vertical) มากกว่าการดึงไปด้านข้างของการทำ Mini Lift ที่มาจากด้านในผม

Anterior Face Lift
การดึงหน้าส่วนล่างซึ่งประกอบด้วย ร่องแก้ม ร่องข้างๆ ริมฝีปากรวมไปจนถึงบริเวณใต้คางได้เล็กน้อย โดยแพทย์จะกรีดเปิดเส้นแนวแผลต่อลงมาอยู่ในร่องขอบหูไปจนถึงติ่งหูและอาจอ้อมไปบริเวณหลังหูเพื่อให้ดึงผิวได้กว้างและอิสระขึ้น สามารถเก็บกรอบหน้าส่วนล่างให้ยกกระชับได้อย่างตรงจุด

Full Face Lift
การผ่าตัดดึงหน้าทุกส่วนรวมไปจนถึงผิวบริเวณใต้คางและลำคอ โดยแพทย์จะกรีดเปิดแผลตั้งแต่ช่วงขมับเหนือไรผมด้านบนผ่านขอบติ่งหน้าหู (Tragus) อ้อมไปด้านหลังในแนวชิดขอบหูและอาจขยายไปจนถึงผมด้านหลังหูหรือขอบไรผมหลังหูได้เล็กน้อย การกรีดเปิดแผลเป็นแนวยาวช่วยทำให้แพทย์เลาะผ่านชั้นผิวหนังไปยังชั้นกล้ามเนื้อได้กว้างและอิสระมากขึ้น สามารถดึงผิวที่บริเวณใบหน้าและลำคอให้กระชับ เต่งตึงได้สม่ำเสมอและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ส่งผลให้หน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา โดยการดึงหน้าแบบ Full Face Lift เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีอายุมาก ผิวหน้าหย่อนคล้อยอย่างรุนแรง มีริ้วรอยร่องลึก ความเหี่ยวย่นตามจุดต่างๆ ของใบหน้า ตลอดไปจนถึงผู้ที่มีคางสองชั้น มีเหนียงมากและมีรอยเหี่ยวย่นที่บริเวณลำคอ
ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า

ก่อนเริ่มขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้าแพทย์ผู้ดูแลจะประเมินปัญหาผิวและระดับความหย่อนคล้อยอย่างละเอียดเพื่อวางแผนเลือกรูปแบบการผ่าตัดดึงหน้าที่มีความเหมาะสม จากนั้นจึงออกแบบใบหน้าให้สอดคล้องกับความต้องการของคนไข้และเริ่มขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า ดังนี้
- แพทย์ฉีดยาชาเพื่อระงับความรู้สึกในระหว่างการผ่าตัด หรืออาจวางยาสลบในเคสที่มีความจำเป็นโดยจะต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของวิสัญญีแพทย์ตลอดขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า
- แพทย์เริ่มกรีดแผลตามแนวที่ออกแบบเอาไว้ล่วงหน้า จากนั้นเริ่มเลาะผ่านชั้นผิวหนังไปจนถึงชั้น SMAS และทำการดึงกล้ามเนื้อชั้น SMAS ให้ตึงขึ้นร่วมกับตัดหนังส่วนเกินออก
- เย็บซ่อนแผลเป็นขั้นตอนสุดท้ายโดยแนวแผลจะซ่อนอยู่ในแนวไรผมหรือบริเวณหลังขอบหูซึ่งสังเกตเห็นได้ยาก โดยทั่วไปใช้เวลาในการผ่าตัดดึงหน้าประมาณ 2-3 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ผ่าตัดยกกระชับและหัตถการอื่นๆ ที่ทำร่วมกับการดึงหน้า
รีวิวดึงหน้า


รีวิวดึงหน้า โดยหมอบี รวมเคสจากคนไข้จริง
วิธีดูแลตัวเองหลังดึงหน้า

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและช่วยป้องกันปัญหาแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดดึงหน้า คนไข้ควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้
- ในช่วง 4-5 วันแรกหลังการดึงหน้า อาจมีอาการปวดบวมซึ่งเกิดขึ้นได้เป็นปกติ สามารถบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ด้วยการกินยาแก้ปวดลดบวมที่คลินิกจ่ายให้ร่วมกับการนอนยกหัวสูงกว่าปกติและประคบเย็นที่แก้มและคอด้านข้างที่มีการเลาะชั้นผิวหนังเพื่อดึงหน้าอย่างต่อเนื่องในช่วง 7-10 วันแรก
- หลังการผ่าตัดดึงหน้าคนไข้จะต้องใส่ผ้ารัดหน้าตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกเพื่อลดโอกาสการเกิดเลือดคั่ง ช่วยลดบวมและทำให้ผิวหนังที่ถูกยกติดได้ดีในตำแหน่งใหม่ที่สูงขึ้น ทั้งนี้หากรู้สึกอึดอัดสามารถถอดผ้ารัดหน้าออกได้ประมาณ 2-3 ชั่วโมงแล้วค่อยใส่ต่ออีกครั้ง หลังจากนั้นอาจเปลี่ยนเป็นการใส่ผ้ารัดหน้าชนิดสำเร็จรูปที่สามารถหาซื้อได้เองตามร้านขายยาทั่วไป หรือ online shopping ต่อเนื่องอีก 2-3 เดือนเป็นอย่างต่ำ โดยให้ใส่เฉพาะเวลาพักอยู่บ้านหรือใส่ในช่วง 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
- ห้ามไม่ให้รอยแผลผ่าตัดสัมผัสกับน้ำ เหงื่อหรือความชื้นโดยตรงจนกว่าจะครบกำหนดนัดตัดไหมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการอักเสบติดเชื้อจนทำให้แผลฟื้นตัวได้ช้า
- ในช่วง 7 วันแรกหลังการผ่าตัดดึงหน้าควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดที่บริเวณใบหน้า งดออกกำลังกายหนักๆ และงดทานอาหารที่เหนียวแข็ง เคี้ยวยาก
- ภายใน 7 วันแรกหลังการผ่าตัดควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอาการ คลายไหมเพื่อลดอาการตึงหรือตัดไหมตามกำหนดนัด (โดยส่วนใหญ่มีการนัดตัดไหมภายใน 14 วัน) ทั้งนี้หากคนไข้มีอาการผิดปกติ เช่น แผลบวมและเจ็บมาก มีเลือดหรือหนองไหลออกมาจากรอยแผล หรือมีไข้ อ่อนเพลีย ควรรีบเข้าพบแพทย์เจ้าของเคสในทันที
- หลังตัดไหมและรอยแผลหายดีแล้วสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงหรือออกกำลังกายหนักๆ ได้ภายใน 1-2 เดือนหลังการผ่าตัดดึงหน้า
- หลังตัดไหมสามารถทายาในกลุ่ม Silicone gel หรือยาที่มีส่วนผสมของวิตามินอีเพื่อช่วยป้องกันการเกิดรอยแผลเป็น
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวังหลังการดึงหน้า
การผ่าตัดอาจมีความเสี่ยงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดดึงหน้าซึ่งเป็นบริเวณที่ละเอียดอ่อน รวมถึงมีกล้ามเนื้อ เส้นเลือดและเส้นประสาทกระจายอยู่แทบทุกส่วนจึงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้บางประการหลังการผ่าตัดซึ่งแพทย์ผู้ดูแลจะต้องแจ้งรายละเอียดที่สำคัญเหล่านี้ให้คนไข้ทราบเพื่อให้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ถ้าจัดการไม่ดีอาจเกิดเป็นข้อเสียของการดึงหน้าได้
- มีเลือดออกหรือเลือดค้างใต้ผิวหนัง เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการดึงหน้าซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด งดการใช้ยาหรืออาหารเสริมที่กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดไปจนถึงเทคนิคปิดแผลและการใช้สายระบายเลือดออกจากแผลโดยแพทย์ผู้ดูแล
- การติดเชื้อ เป็นภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดดึงหน้าที่เกิดขึ้นได้น้อยหากเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้ากับคลินิกที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานและดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามหากคนไข้รู้สึกถึงความผิดปกติที่บริเวณรอยแผลควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
- อาการชา เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัดดึงหน้าโดยคนไข้อาจรู้สึกชาในบริเวณที่เลาะเนื้อเยื่อซึ่งสามารถกลับมาหายเป็นปกติได้เมื่อเนื้อเยื่อสมานตัวดีแล้ว ทั้งนี้ผิวช่วงหลังหูอาจหายช้ากว่าส่วนอื่นโดยจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนขึ้นไปจึงจะหายชา
- หน้าเบี้ยว กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง เป็นประเด็นที่หลายคนรู้สึกกังวลจนไม่กล้าผ่าตัดดึงหน้าซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจพบได้ในบางช่วงของใบหน้าเท่านั้น เป็นลักษณะของกล้ามเนื้อที่ทำงานได้แต่อ่อนแรงกว่าอีกข้างซึ่งเกิดจากความบวมไปกดทับตัวเส้นประสาทจนปรากฏอาการบางอย่าง เช่น การเม้มปากได้ไม่เต็มแรงเท่าเดิม การยิ้มแล้วขอบปากเอียงไม่เท่ากัน การหลับตาที่ข้างใดข้างหนึ่งหลับช้ากว่าอีกฝั่ง ฯลฯ และจะค่อยๆ หายดีตามระยะเวลาการฟื้นตัวของแผล ทั้งนี้จะไม่ใช่อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างสิ้นเชิงจนทำให้ดื่มน้ำหรือดูดน้ำไม่ได้เลย น้ำหกออกจากปากตลอดหรือทำให้หลับตาบ้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ ซึ่งกรณีนี้อาจเกิดขึ้นเพราะมีการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทหลังการผ่าตัดจริงๆ
- รอยแผลเป็น ทุกการผ่าตัดย่อมทำให้เกิดรอยแผลเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณใบหน้า ใต้คางหรือคอที่ผิวบอบบางมากกว่าส่วนอื่นทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ง่าย ทั้งนี้แพทย์ผู้ดูแลจะใช้เทคนิคการเย็บซ่อนแผลไว้ตามแนวไรผมและขอบหลังหูเพื่อให้สังเกตเห็นได้ยาก นอกจากนี้ยังมีวิธีลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นด้วยการทายาแก้รอยแผลเป็นอย่างสม่ำเสมอหลังจากตัดไหมรวมไปจนถึงการฉีด steroid ความเข้มข้นต่ำๆ ในเคสที่คนไข้เกิดรอยแผลเป็นได้ง่าย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดดึงหน้า
รอยแผลเป็นหลังการผ่าตัดดึงหน้า
เนื่องจากการผ่าตัดดึงหน้าจะต้องกรีดเปิดแผลจากผิวชั้นบนเพื่อเลาะลงไปยังชั้นกล้ามเนื้อ SMAS จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นได้หลังการผ่าตัด อย่างไรก็ตามแพทย์ผู้ดูแลจะใช้เทคนิคเย็บซ่อนแผลไว้ที่แนวไรผมหรือชิดขอบหลังหูทำให้เห็นรอยแผลได้ยาก นอกจากนี้หากคนไข้ดูแลรอยแผลเป็นอย่างดีตามคำแนะนำของแพทย์โอกาสที่จะเกิดรอยแผลเป็น รอยนูนจึงมีน้อยมาก (ยกเว้นในกรณีที่คนไข้เกิดรอยแผลเป็นได้ง่ายหรือมีประวัติเคยเป็นรอยแผลคีลอยด์มาก่อน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการผ่าตัดและการดูแลรอยแผลอย่างเหมาะสม)
การดึงหน้า ทำให้เกิดอาการบวมช้ำเยอะไหม
ในช่วง 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัดดึงหน้าอาจทำให้เกิดรอยบวมช้ำที่แนวขอบการดึงหน้าได้เล็กน้อยซึ่งคนไข้สามารถออกไปใช้ชีวิตพบปะผู้คนได้ตามปกติ ทั้งนี้สามารถช่วยให้รอยแผลยุบบวมเร็วขึ้นด้วยการนอนหนุนหมอนสูงๆ การประคบเย็นและใส่ผ้ารัดหน้าตามคำแนะนำของแพทย์
ดึงหน้า ช่วยทำให้หน้าดูเด็กลงได้กี่ปี อยู่ได้นานแค่ไหน?
เป็นอีกคำถามที่พบบ่อยว่า ดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้มีอายุเท่าไหร่และใช้เทคนิคไหนในการดึงหน้า หากคนไข้อายุยังน้อย มีปัญหาความหย่อนคล้อยไม่มากนักและเลือกทำแบบ Mini Face Lift ก็อาจช่วยย้อนวัยได้ประมาณ 4-5 ปี แต่ถ้าคนไข้อายุมาก มีความหย่อนคล้อยรุนแรงซึ่งต้องทำแบบ Full Face Lift ก็อาจช่วยย้อนวัยให้เด็กลงได้มาก 10-20 ปี หลังการผ่าตัดดึงหน้าสามารถคงผลลัพธ์ได้ประมาณ 5-10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละรายด้วยเช่นเดียวกัน
ดึงหน้า ใช้เวลาในการผ่าตัดกี่ชั่วโมง
สำหรับการดึงหน้าเฉพาะจุดอาจใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง และการผ่าตัดดึงหน้าทั้งหน้ารวมไปจนถึงคอ (Full Face Lift) อาจใช้เวลาผ่าตัดนานขึ้นอยู่ที่ 3-4 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามหากคนไข้ต้องการทำหัตถการอื่นๆ ร่วมด้วยจนทำให้การผ่าตัดกินเวลานานเกิน 5-6 ชั่วโมง หมอจะแนะนำให้ทำแยกกันเพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้ต้องดมยาสลบต่อเนื่องกันหลายชั่วโมง
ดึงหน้า พร้อมกับการเสริมความงามอื่นๆ ได้หรือไม่
คำตอบคือ สามารถทำได้เป็นบางหัตถการ เช่น การเสริมซิลิโคนบริเวณจมูก คางหรือหน้าผาก การฉีดไขมัน ฉีดไมโครแฟตเฉพาะจุดเพื่อให้หน้าเต่งตึงมากขึ้น การทำศัลยกรรมตาบน ตาล่าง ยกหางคิ้ว การผ่าตัดส่วนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับใบหน้าทั้งนี้จะต้องระมัดระวังเรื่องเวลาในการผ่าตัดไม่ให้นานเกินไปตามที่พูดถึงในหัวข้อที่ผ่านมา ส่วนหัตถการที่ต้องผ่าตัดใหญ่หรือต้องเสียเลือด เสียน้ำในร่างกายเยอะ เช่น การเสริมจมูกเทคนิค Open ที่ต้องปรับโครงสร้างภายในจมูกใหม่ทั้งหมด การเสริมจมูกเทคนิคกระดูกอ่อนซี่โครง การฉีดไขมันทั่วทั้งหน้า การเสริมหน้าอก การตัดหนังหน้าท้องหรือดูดไขมัน ฯลฯ ไม่แนะนำให้ทำพร้อมๆ กับการผ่าตัดดึงหน้าเพราะอาจส่งผลอันตรายต่อตัวคนไข้เอง ควรทำแยกวันไปโดยเว้นระยะห่างประมาณ 2-3 วัน หรือหากมีเวลาอาจเว้นระยะห่างกัน 2-3 สัปดาห์ตามความเหมาะสม
สรุป
การดึงหน้าเป็นการศัลยกรรมยกกระชับผิวหน้าส่วนบน กลาง และหน้าส่วนล่างรวมจนถึงบริเวณลำคอให้กลับมาเรียบเนียน เต่งตึง ทำให้หน้าดูเด็กลงได้มากถึง 10-20 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาความหย่อนคล้อยในระยะเริ่มต้นไปจนถึงคนไข้ที่มีอายุมากทำให้หน้าหย่อนคล้อยอย่างรุนแรง มีริ้วรอยร่องลึกตามจุดต่างๆ ของใบหน้า ทำให้หน้าดูแก่ ไม่สดใส อย่างไรก็ตามก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้าควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะด้านเพื่อประเมินปัญหาปัญหาผิวอย่างละเอียดและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายบุคคล รวมถึงควรดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดดึงหน้าตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีและลดโอกาสการเกิดภาวะข้างเคียงหลังการผ่าตัดดึงหน้า
ทำแบบประเมินคุณเหมาะกับการดึงหน้าแบบไหน?
เลือกวิธีการดึงหน้าที่เหมาะสมกับอายุและปัญหาผิว และค้นหาว่าวิธีไหนตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด เพื่อช่วยให้ใบหน้าของคุณดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แอดไลน์และทำแบบประเมินโดยหมอบี ได้เลยที่ LINE: ID @bestheticsurgery https://lin.ee/8MwYb5W ทำแล้วรู้ผลได้ทันที
ใครอยากปรึกษามีปัญหาคาใจ ทุกคำถาม..เรามีคำตอบ ส่งรูปประเมินส่วนตัวมาได้ ตามลิงก์ด้านล่าง หมอบีจะประเมินให้เองทุกคน
